TRINA ESS

Trina Storage) ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ (Utility Scale) และระดับอุตสาหกรรม (C&I) โดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือตระกูล Elementa ครับ

นี่คือข้อดีและจุดเด่นสำคัญของ Trina ESS ที่ทำให้แตกต่างจากแบรนด์อื่น:

1. การผลิตเซลล์ด้วยตัวเองแบบครบวงจร (Vertical Integration)
In-house LFP Cells: Trina ผลิตเซลล์แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate (LFP) เองทั้งหมด ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

Ultra-Long Life: เซลล์แบตเตอรี่รุ่นใหม่ (เช่น ในรุ่น Elementa 2) รองรับการใช้งานสูงสุดถึง 12,000 – 15,000 รอบ (Cycles) ซึ่งถือว่าสูงมากในอุตสาหกรรม

2. เทคโนโลยีการจัดการความร้อน (Smart Liquid Cooling)
Precision Temperature Control: ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวอัจฉริยะ (Liquid Cooling) ที่สามารถควบคุมความต่างของอุณหภูมิระหว่างเซลล์ให้ห่างกันไม่เกิน 2.5°C

Energy Efficiency: ระบบระบายความร้อนที่แม่นยำช่วยลดการใช้พลังงานในตัวเอง และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้นกว่าระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air Cooling) แบบเดิม

3. ความปลอดภัยระดับสูงสุด (Comprehensive Safety)
Multi-Level Protection: มีระบบป้องกันตั้งแต่ระดับเซลล์, แบตเตอรี่แพ็ก, ไปจนถึงระดับตู้คอนเทนเนอร์

Fire Mitigation: ติดตั้งระบบตรวจจับความร้อน ควัน และก๊าซแบบ Real-time พร้อมระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Aerosol & Water-based Fire Suppression) ภายในตัว เพื่อป้องกันการเกิด Thermal Runaway

4. ความคุ้มค่าและประหยัดพื้นที่ (Optimized Cost & Footprint)
Compact Design: รุ่น Elementa 2 ออกแบบมาให้มีความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น ทำให้ประหยัดพื้นที่ติดตั้งได้ถึง 26% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

Lower CAPEX & OPEX: ด้วยการออกแบบแบบโมดูลาร์ที่ติดตั้งง่าย (Plug & Play) ช่วยลดค่าแรงในการติดตั้งลงได้ถึง 30% และลดต้นทุนการดูแลรักษาในระยะยาว

5. ความยืดหยุ่นและการขยายระบบ (Scalability)
Modular Architecture: สามารถปรับแต่งความจุได้ตามความต้องการของโครงการ ตั้งแต่ระดับไม่กี่ร้อย kWh ไปจนถึงระดับ MWh

Future-Proof: รองรับการเพิ่มขยายความจุในอนาคตได้ง่าย (Flexible Augmentation) โดยไม่ต้องรื้อระบบเดิม